ขอยืนยันจ้ะ ว่าผู้โดยสารที่มักโบกมือเรียกรถแท็กซี่เพื่อให้ไปส่งที่นั่นที่นี่น่ะ ไม่ได้ รวยมาจากไหน ถึงได้ขึ้นรถเมล์หรือรถโดยสารประจำทางไม่ได้ อีกอย่างถ้ารวยหรือมีฐานะ ละก็คงไม่ขึ้นแท็กซี่หรอก สู้เอาเงินไปซื้อรถยนต์ ส่วนตัวมาขับเล่นสักคันไม่ดีกว่ารึ
ดังนั้น การที่บางคนจำเป็นต้องขึ้นรถแท็กซี่ซึ่งถือเป็นรถรับจ้างสาธารณะนั้น บางทีก็มีเหตุผลต่างๆนานา เช่น 1. จุดหมายปลาย ทางที่จะไปนั้นไม่ได้อยู่ ในเส้นทางที่รถเมล์, รถตู้วิ่งผ่านน่ะซี หรือถ้ามีผ่านก็ต้องต่อรถหลายจุด จึงไม่สะดวกสบาย งั้น เรียกรถแท็กซี่ทีเดียวไปส่งให้ถึงที่หมายซะเลยยังง่ายซะกว่าเนอะ 2. กรณีผู้โดยสารเร่งรีบที่จะเดินทาง แล้วจะให้รอขึ้นรถเมล์ไหวรึเพราะรถเมล์แต่ละคันกว่าจะผ่านโฉบมาให้บริการผู้โดยสาร บางทีก็ต้องรอน้านนาน ดังนั้น ถ้าจำเป็นต้องรีบไปตามนัด คงต้องยอมลงทุนโบกแท็กซี่ให้พาไปถึงที่หมายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้แล้วล่ะ
อีกอย่าง ต่อให้คุณมีรถขับก็เถอะ แต่ถ้าต้องไปในบางสถานที่ซึ่งดันไม่ค่อยหรือไม่มีที่จอดรถให้เลยละก็ แล้วจะขับรถส่วนตัวไปที่นั่นทำไมล่ะ เพราะไปถึงก็ไม่มีที่จอดอยู่ดี สู้ไปกลับด้วยรถแท็กซี่ไม่ดีกว่าเรอะ ที่พูดเนี่ยแค่แซมเปิ้ลถึงความจำเป็นต้องอาศัยรถแท็กซี่เท่านั้น ไม่ได้ยุให้ขึ้นแท็กซี่ตลอดเวลานะฮ้า...โปรดทราบ และแม้ใครจะใช้แท็กซี่บ่อย ก็ย่อมมีบ้างล่ะว้า ที่บางครั้งต้องหันไปอาศัยรถเมล์, รถตู้ รวมไปถึงการใช้บริการของรถวินมอเตอร์ไซค์ในการเดินทางไปไหนมาไหนเช่นกัน
ดังนั้น ถ้าคนขับรถรับจ้างสาธารณะเหล่านี้มีสุขภาพดี ผู้โดยสารที่ขึ้นรถก็ย่อมอุ่นใจไปเปลาะนึงน่ะสิ ว่าโชเฟอร์ย่อมสามารถขับรถไปส่งเราถึงจุดหมายปลายทางได้ปลอดภัยแหงๆ
ว่าแล้ว กรุงเทพมหานครก็ผุดไอเดียบรรเจิด ด้วยการจัดตรวจสุขภาพให้กับผู้ขับรถรับจ้างสาธารณะฟรีขึ้นมา ทั้งนี้ พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดกิจกรรมตรวจสุขภาพฟรีให้แก่ผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะ ที่สถานีขนส่งหมอชิต ว่า โรคที่มักพบในกลุ่มผู้ขับรถแท็กซี่คือ โรคเบาหวาน หรือความดันโลหิต เนื่องจากไม่ค่อยมีเวลาดูแลสุขภาพและไม่ได้ออก กำลังกาย ดังนั้น หากผู้ขับขี่รายใดประสงค์จะใช้บริการ ก็ให้นำหลักฐาน เช่น ใบอนุญาตการขับขี่รถหรือสิ่งของแสดงตนว่าเป็นผู้ให้บริการรถรับจ้างสาธารณะ เช่น เสื้อวินมอเตอร์ไซค์, บัตรประจำตัวคนขับแท็กซี่ ไปขอรับบริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ ศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 68 แห่ง ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 23 เม.ย. นะจ๊ะ
พูดเรื่องสุขภาพแล้ว อยากแนะให้ *คนขับรถรับจ้างสาธารณะควรใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกทุกครั้ง เมื่อรู้ว่าตัวเองแพ้อากาศหรือเป็นหวัด, ไอ, จามด้วยนะ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ ผู้โดยสารไง *ควรทำความสะอาดรถรับจ้างสาธารณะบ่อยๆ แหมถ้ารถมีกลิ่นสะอาดละก็ ใครๆย่อมอยากนั่ง แน่นอน ยิ่งเดี๋ยวนี้เห็นมีรถใหม่ๆ ออกให้บริการ บอกตามตรงว่าชอบจังเลย จริงๆนะ.
วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น