วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

'ชมจันทร์'พืชสมุนไพร จากไม้ประดับสู่อาหารสุขภาพ

"ชมจันทร์" พระจันทร์หรือบางคนเรียกว่า "ดอกบานดึก" เป็นพืชกินดอก ซึ่งนับวันกลุ่มผู้บริโภคที่ "รักษ์สุขภาพ" จะมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น เพราะนอกจากมีรสชาติดี มีธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินบี ยังมี สรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ



นายสายันต์ ตันพานิช ผอ.สถานีวิจัยลำตะคอง

เพื่อตอบสนองความต้องการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จึงได้ทำการศึกษาพืชดังกล่าว ในพื้นที่ สถานีวิจัยลำตะคอง ถ.มิตรภาพ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

นายสายันต์ ตันพานิช ผอ. สถานีวิจัยฯ บอกว่า ดอกชมจันทร์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "ดอก ไม้จีน" มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ เป็นไม้ประดับที่รู้จักกันดีคือ มอร์นิ่งกลอรี่ หรือผักบุ้งฝรั่ง บางชนิดสามารถรับประทานได้ ที่รู้จักกันดี เช่น ผักบุ้ง และมันเทศ ส่วนประเทศไทย พบครั้งแรกในจังหวัดทางภาคใต้ นิยมนำดอกตูมมาประกอบอาหาร อาทิ ผัดน้ำมันหอย ยำ แกงส้ม หรือลวกจิ้มน้ำพริก



ดอกชมจันทร์

...ราคาซื้อขายอยู่ที่กิโลฯละ 250-300 บาท/กก. เห็นว่าราคาดีจึงได้นำกลับมาศึกษา โดยหวังว่าอนาคตจะส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกบ้าง ซึ่งตอนแรกต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ 30 บาท/เมล็ด...

ในการปลูกนั้น ก่อนเพาะต้องนำเมล็ดมาแช่น้ำนาน 12 ชั่วโมง ให้ เปลือกหุ้มอ่อนตัว ประมาณ 7-14 วัน จะเริ่มงอก เมื่อต้นกล้าอายุครบเดือนนำมาปลูกในแปลง ยกร่องสูง ขุดหลุมลึก 15-20 ซม. รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก 200-500 กรัม/หลุม นำต้นกล้าลงปลูก ระยะระหว่างต้น 40-50 ซม. และระหว่างแถว 70-100 ซม.



ทำค้าง เพื่อให้สะดวกเวลาเก็บดอก

หลังปลูกลงแปลง 2 สัปดาห์แรก ต้นจะเริ่มเลื้อยดังนั้นควรทำ "ค้าง" สามเหลี่ยมเหมือนการปลูกถั่ว เพื่อให้ต้นเลื้อยขึ้นไป ช่วงนี้ควรให้น้ำเช้า-เย็น พอต้นตั้งตัวได้จึงให้น้ำวัน ละครั้ง ดอกบานดึก จะขึ้นได้ดีในดินเกือบทุกชนิดที่มีความร่วนซุย ระบายน้ำ เจริญเติบโตได้ในสภาพกลางแจ้งที่มีแสงแดด ประมาณ 2-3 เดือน จะเริ่มเห็นดอกสีขาวออกคล้ายดอกผักบุ้ง ซึ่งจะบานในเวลาตอนกลางคืน มีกลิ่นหอมอ่อนๆในการปลูกพื้นที่ 1 ไร่ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 1,250 กก./เดือน

ส่วนการบำรุงรักษา เมื่อผลผลิตเริ่มลดลง หรือสังเกตเห็นต้นโทรมจะต้องตัดแต่งให้แตกต้นใหม่ พร้อมกับใส่ปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยคอกบำรุง พร้อมให้น้ำเช้า-เย็น เพื่อให้ต้นแตกใบอ่อน จากนั้นประมาณ 2 เดือนจึงเริ่มเก็บผลผลิตได้อีกครั้ง กระทั่งต้นมีอายุ 2 ปี จึงเอาออกและปลูกใหม่อีกครั้ง

ผอ.สายันต์ ยังบอกอีกว่า ในอนาคตชมจันทร์ จะเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่ตลาดคนรักษ์สุขภาพให้ความสนใจ ที่ผ่านมาได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกรที่สนใจไปบ้างแล้ว และเกษตรกรรายใดสนใจ

สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-4439-0150, 08-1812-8260, 08-99147212 ในวันและเวลาราชการ

วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

คนขับสุขภาพดี ผู้โดยสารก็อุ่นใจ

ขอยืนยันจ้ะ ว่าผู้โดยสารที่มักโบกมือเรียกรถแท็กซี่เพื่อให้ไปส่งที่นั่นที่นี่น่ะ ไม่ได้ รวยมาจากไหน ถึงได้ขึ้นรถเมล์หรือรถโดยสารประจำทางไม่ได้ อีกอย่างถ้ารวยหรือมีฐานะ ละก็คงไม่ขึ้นแท็กซี่หรอก สู้เอาเงินไปซื้อรถยนต์ ส่วนตัวมาขับเล่นสักคันไม่ดีกว่ารึ

ดังนั้น การที่บางคนจำเป็นต้องขึ้นรถแท็กซี่ซึ่งถือเป็นรถรับจ้างสาธารณะนั้น บางทีก็มีเหตุผลต่างๆนานา เช่น 1. จุดหมายปลาย ทางที่จะไปนั้นไม่ได้อยู่ ในเส้นทางที่รถเมล์, รถตู้วิ่งผ่านน่ะซี หรือถ้ามีผ่านก็ต้องต่อรถหลายจุด จึงไม่สะดวกสบาย งั้น เรียกรถแท็กซี่ทีเดียวไปส่งให้ถึงที่หมายซะเลยยังง่ายซะกว่าเนอะ 2. กรณีผู้โดยสารเร่งรีบที่จะเดินทาง แล้วจะให้รอขึ้นรถเมล์ไหวรึเพราะรถเมล์แต่ละคันกว่าจะผ่านโฉบมาให้บริการผู้โดยสาร บางทีก็ต้องรอน้านนาน ดังนั้น ถ้าจำเป็นต้องรีบไปตามนัด คงต้องยอมลงทุนโบกแท็กซี่ให้พาไปถึงที่หมายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้แล้วล่ะ

อีกอย่าง ต่อให้คุณมีรถขับก็เถอะ แต่ถ้าต้องไปในบางสถานที่ซึ่งดันไม่ค่อยหรือไม่มีที่จอดรถให้เลยละก็ แล้วจะขับรถส่วนตัวไปที่นั่นทำไมล่ะ เพราะไปถึงก็ไม่มีที่จอดอยู่ดี สู้ไปกลับด้วยรถแท็กซี่ไม่ดีกว่าเรอะ ที่พูดเนี่ยแค่แซมเปิ้ลถึงความจำเป็นต้องอาศัยรถแท็กซี่เท่านั้น ไม่ได้ยุให้ขึ้นแท็กซี่ตลอดเวลานะฮ้า...โปรดทราบ และแม้ใครจะใช้แท็กซี่บ่อย ก็ย่อมมีบ้างล่ะว้า ที่บางครั้งต้องหันไปอาศัยรถเมล์, รถตู้ รวมไปถึงการใช้บริการของรถวินมอเตอร์ไซค์ในการเดินทางไปไหนมาไหนเช่นกัน

ดังนั้น ถ้าคนขับรถรับจ้างสาธารณะเหล่านี้มีสุขภาพดี ผู้โดยสารที่ขึ้นรถก็ย่อมอุ่นใจไปเปลาะนึงน่ะสิ ว่าโชเฟอร์ย่อมสามารถขับรถไปส่งเราถึงจุดหมายปลายทางได้ปลอดภัยแหงๆ

ว่าแล้ว กรุงเทพมหานครก็ผุดไอเดียบรรเจิด ด้วยการจัดตรวจสุขภาพให้กับผู้ขับรถรับจ้างสาธารณะฟรีขึ้นมา ทั้งนี้ พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดกิจกรรมตรวจสุขภาพฟรีให้แก่ผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะ ที่สถานีขนส่งหมอชิต ว่า โรคที่มักพบในกลุ่มผู้ขับรถแท็กซี่คือ โรคเบาหวาน หรือความดันโลหิต เนื่องจากไม่ค่อยมีเวลาดูแลสุขภาพและไม่ได้ออก กำลังกาย ดังนั้น หากผู้ขับขี่รายใดประสงค์จะใช้บริการ ก็ให้นำหลักฐาน เช่น ใบอนุญาตการขับขี่รถหรือสิ่งของแสดงตนว่าเป็นผู้ให้บริการรถรับจ้างสาธารณะ เช่น เสื้อวินมอเตอร์ไซค์, บัตรประจำตัวคนขับแท็กซี่ ไปขอรับบริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ ศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 68 แห่ง ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 23 เม.ย. นะจ๊ะ

พูดเรื่องสุขภาพแล้ว อยากแนะให้ *คนขับรถรับจ้างสาธารณะควรใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกทุกครั้ง เมื่อรู้ว่าตัวเองแพ้อากาศหรือเป็นหวัด, ไอ, จามด้วยนะ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ ผู้โดยสารไง *ควรทำความสะอาดรถรับจ้างสาธารณะบ่อยๆ แหมถ้ารถมีกลิ่นสะอาดละก็ ใครๆย่อมอยากนั่ง แน่นอน ยิ่งเดี๋ยวนี้เห็นมีรถใหม่ๆ ออกให้บริการ บอกตามตรงว่าชอบจังเลย จริงๆนะ.

วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

กูรูตลาดหุ้นชี้ ค่าดูแลสุขภาพ ตัวถ่วงศก.มะกัน

มหาเศรษฐี และ กูรูวงการตลาดหุ้นระดับโลกชาวสหรัฐฯ เผย ค่ารักษาสุขภาพ ถือเป็นพยาธิตัวตืดทางเศรษฐกิจ ชาวอเมริกัน ต้องได้รับการปฏิรูปขั้นมูลฐาน เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เมื่อ 1 มี.ค. ว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐี และ กูรูวงการตลาดหุ้นระดับโลกชาวสหรัฐฯ วัย 79 ปี เผยระหว่างออกโทรทัศน์ช่อง “ซีเอ็นบีซี” ว่า ค่ารักษาสุขภาพ ถือเป็นภาคการสูญเสียสำคัญในธุรกิจของสหรัฐฯ และเปรียบเสมือน “พยาธิตัวตืดทางเศรษฐกิจ”

บัฟเฟตต์ ซีอีโอ บริษัทลงทุน “เบิร์กไชร์ ฮาธเวย์” เผยต่อไปว่า ระบบรักษาสุขภาพของชาวอเมริกัน จำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปขั้นมูลฐาน เพื่อควบคุมราคาค่าใช้จ่าย เพราะมันดูไม่ค่อยสมเหตุผล ที่รัฐบาลต้องทุ่มราว ๆ 17% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี ไปในการรักษาสุขภาพของชาติ เนื่องจากชาติ อื่นๆ ของโลกใช้งบราว 9% ของจีดีพี อีกทั้งยังมีแพทย์ และพยาบาลต่อหัวประชากร มากกว่าของสหรัฐฯ บัฟเฟตต์ ยังหวังด้วยว่าสภาคองเกรส จะหาแผนปฏิรูปฉบับใหม่ ที่จะควบคุมการใช้จ่ายด้านนี้มากกว่าแผนใดๆ ก็ตามที่มีอยู่ในปัจจุบัน

วันเดียวกันนี้ บัฟเฟตต์ ยังพูดเป็นนัยๆ เกี่ยวกับอนาคตของเบิร์กไชร์ ฮาธเวย์ หลังหมดยุคของตนด้วยว่า จะมีการแบ่งงานที่เขาดูแลอยู่ในปัจจุบันออกเป็น 3 ส่วน คือ ซีอีโอ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลงทุน และประธานบริษัท ส่วนทิศทางการลงทุนของเบิร์กไชร์ ฮาธเวย์ ก็น่าจะแยกย่อยให้ผู้จัดการ 3 คนดูแลและจะรายงานตรงต่อซีอีโอคนต่อไป โดยผู้จัดการด้านการลงทุนทั้ง 3 คน จะดูแลหลักทรัพย์ที่เป็นหุ้น และการลงทุนส่วนอื่นๆ ของเบิร์กไชร์ฯ มูลค่าราวๆ 60,000 ล้านดอลลาร์

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ผลวิจัยชี้ อยู่กับสาว 2 ต่อ 2 สุขภาพชายย่ำแย่

ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยบาเลนเซีย ในประเทศสเปนระบุ ชายหนุ่มจะสุขภาพย่ำแย่ และเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ รวมถึงโรคเบาหวาน หากอยู่กับหญิงสาว 2 ต่อ 2...

สำนักข่าววต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 4 พ.ค. ว่า ผลวิจัยล่าสุดของมหาวิทยาลัยบาเลนเซีย ประเทศสเปน ระบุ สุขภาพของบุรุษเพศย่ำแย่ลงเมื่ออยู่กับหญิงสาว 2 ต่อ 2

ทั้งนี้ ทีมนักวิจัยได้ทดสอบชายหนุ่มจำนวน 84 คน โดยให้แต่ละคนอยู่ตามลำพังกับหญิงแปลกหน้าในห้อง และมีเกมส์ Sudoku ให้เล่น ซึ่งในระยะเวลาเพียง 5 นาที ระดับฮอร์โมน คอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนความเครียดของอาสาสมัครเพิ่มขึ้นสูง ขณะที่การทดสอบให้อาสาสมัครชายอยู่กับชายแปลกหน้า ระดับฮอร์โมนดังกล่าวไม่เพิ่มขึ้นเลย

สำหรับระดับของฮอร์โมนคอร์ติซอลที่เพิ่มระดับสูงขึ้นนั้น ทีมนักวิจัยกล่าวว่า อาจเป็นตัวการก่อให้เกิดโรคหัวใจ

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ศูนย์สุขภาพและอาชีวอนามัย

สังคมแอ็กทีฟในปัจจุบันที่มนุษย์เราจำเป็นต้องก้มหน้าก้มตาทำงานเพื่อหาเงินมาหล่อเลี้ยงตนเองและครอบครัวให้มีภาวะการอยู่ดี กินดีกับสังคมที่ดี คนส่วนใหญ่จึงก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างหนัก จนไม่ได้ใส่ใจในเรื่องสุขภาพกันมากนัก

ศูนย์สุขภาพและอาชีวอนามัย (Wellness & Occupational Health Center) โรงพยาบาลวิภาวดีเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้จัดตั้งเป็นศูนย์ บริการตรวจสุขภาพ ทั้งในโรงพยาบาลและนอกสถานที่ รวมถึงให้มีบริการด้านอาชีวอนามัยแบบครบวงจร การเปิดตัวในครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตคนวัยทำงานให้สูงขึ้น



นพ.ณัฐพล ประจวบพันธ์ศรี แพทย์วุฒิบัตร สาขาอาชีวเวชศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพและอาชีวอนามัย รพ.วิภาวดี กล่าวว่า อาชีวอนามัยคือ การดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟู เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพทั้งหลายทำงานได้อย่างปราศจากโรค สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ จะได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วยจากการทำงานเยอะ แต่ ทางสถิติจัดเก็บข้อมูลได้น้อยเพราะตัวพนักงานขาดความรู้ ความเข้าใจ ประกอบกับบุคลากรทางการแพทย์ในด้านนี้ยังมีไม่มาก

"ปัจจุบันกระแสการดูแลสุขภาพกำลังอยู่ในความสนใจของคนทุกๆคน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเรื่องของการตรวจสุขภาพ ซึ่งเป็นการคัดกรองความผิดปกติที่เกิดขึ้นก่อนที่จะป่วยเป็นโรค โดยอาจแบ่งเป็นโรคทั่วๆไป สามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไข้หวัด ฯลฯ และโรคที่เกี่ยวเนื่องจาก การทำงาน เป็นโรคที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการทำงานโดยตรง แต่การทำงานเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมให้เกิดโรค หรืออาจส่งผลให้โรคที่เป็นรุนแรงมากขึ้น เช่น โรคความดันโลหิตสูงจากความเครียดในการทำงาน โรคกระเพาะอาหารจากการทำงานไม่เป็นเวลา และโรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพ เป็นโรคที่เกิดจากการสัมผัสสิ่งคุกคามโดยตรงจากการทำงาน เช่น โรคพิษตะกั่ว โรคซิลิ– โคซิสจากการสัมผัสฝุ่นหิน เป็นต้น"


ไม่ว่าจะทำงานในอาชีพไหนก็ล้วนมีความเสี่ยงต่อโรคที่เกิดขึ้นจากการทำงานทั้งนั้น ซึ่งหลักการป้องกันโรคจากการทำงานโดยพยายามควบคุมสิ่งคุกคามต่างๆในสภาพแวดล้อมการทำงานให้อยู่ในระดับปกติ จัดระบบการระบายอากาศอย่างเหมาะสมในบริเวณที่ทำงาน ใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายอย่างเคร่งครัด เช่น ใส่ปลั๊กอุดหูเมื่อต้องทำงานที่มีเสียงดัง ใส่หน้ากากป้องกันระบบหายใจอย่างเหมาะสมเมื่อต้องทำงานสัมผัสกับสารเคมีและเชื้อโรคต่างๆ

นอกจากนั้น ควรตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงจากการทำงานเป็นประจำทุกปี เพื่อประโยชน์ในการจัดตัวเองให้เหมาะสมกับงานในอนาคต

ศูนย์สุขภาพและอาชีวอนามัย รพ.วิภาวดี จัดให้มีบริการตรวจสุขภาพทั้งในโรงพยาบาลและนอกสถานที่ นอกจากนี้ยังจัดให้มีบริการด้านอาชีวอนามัย แบบครบวงจร ตามสถานประกอบการต่างๆ เช่น การประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยการเดินสำรวจสถานประกอบการ เพื่อค้นหา


ความเสี่ยง ประเมินความเสี่ยงและหามาตรการในการดำเนินการ เพื่อควบคุมความเสี่ยงต่างๆ, การเฝ้าระวังทางสุขภาพ ประกอบด้วย การตรวจสุขภาพก่อนเข้างาน เพื่อวางคนให้เหมาะสมกับงาน และการตรวจสุขภาพประจำปี ตามความเสี่ยงจากการทำงาน, การจัดบริการทางการแพทย์ เช่น การจัดบริการที่ห้องพยาบาล เพื่อดูแลสุขภาพพนักงานในเบื้องต้น, การส่งเสริมสุขภาพ เช่น การให้ภูมิคุ้มกัน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการส่งเสริมให้พนักงานมีสุขภาพที่แข็งแรงด้วยวิธีต่างๆ

การใส่ใจสุขภาพของตัวเองนับว่ามีความจำเป็น

ต้องดูแลตรวจตราเป็นประจำ ยังต้องเผื่อให้กับตัวเองใน

วันหน้าด้วย ที่พอจะรับมือกับการโหมตรากตรำการทำงานหนักได้!

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th